แนะนำฟรี ไม่มีกั๊กค่ะ ;)
โทรสอบถามเรื่องเรียนต่อ ต่างประเทศ
 
 
 
   
 
 
5 อันดับ
ที่น้องๆไปแล้วชอบมาก
 
5 อันดับ
Location เนียนๆ ชิวๆ


| About Freewill | บทความ | Freewill's Family| Contact Us|


 

เลือกไม่ถูก... ไปไหนดีน้อ ?

อย่างน้อย น้องก็เลือกหัวข้อนี้ ... ถูกต้องแล้วค่ะ !!! ตำราพิชัยสงคราวซุนหวู่กล่าวว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา.... และในสามก๊กยังบอกไว้ว่า "ธรรมดานกแม้จะทำรังอาศัย ก็ให้ดูต้นไม้อันร่มชิดจึงจะได้อยู่เป็นสุข....

เราต้องศึกษาประเทศต่างๆทั้งความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่จะต้องเจอก่อน เพื่อที่จะเลือกไปอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมกับเราที่สุด

AUS

มาเริ่มกันที่จิงโจ้ กันเลย ... ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการส่งเสริมและสนับสนุนในเรื่องการศึกษาที่น่าสนใจมาก... ผู้คนและอากาศดีไปโม้ดด มีที่ให้ไปเปิดหูตาจมูกเพียบเลย หากพูดถึงเมืองที่ติดอันดับสวยงามและปลอดภัยที่สุดในโลกแล้ว คงต้องไม่ลืมที่จะนึกถึง Melbourne หากชอบกลิ่นไอของเมืองมีมิตรไมตรีไม่วุ่นวายเล็กๆ สบายๆ ก็ไม่ควรพลาด หรือหากใครชอบความเป็นเมืองก็ต้อง Sydney นี่แหละ เป็นเมืองที่ทันสมัยสะดวกสบาย จะได้ลองเข้าไปนั่งชมโชว์ใน Opera House ซักครั้งว่าจะอลังการขนาดไหน คนรักเมืองชายฝั่งก็ต้องนี่เลย Brisbane เมืองเล็กๆ สบายๆ น่ารักๆ คงได้พบนักเซริฟมากมายที่นี่ยังมี Movie World and Sea World ให้ไปเยี่ยมชม ....เมืองอะไรจะหลากหลายขนาดนี้ น้องนักเรียนทั้งหลายสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ และถูกกฎหมายด้วย จะได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ประหยัดได้อีกแรงนะคะ (ประหยัดค่ากระเป๋า+น้ำหอม+เสื้อผ้านะซี่) ....ล้อเล่นน่า..

NZ

ถ้าน้องๆกำลังมองหาเมืองและประเทศที่มีชื่อเสียงและความสวยงามน่าประทับใจทั้งทางด้าน การศึกษา ความเป็นอยู่ ผู้คน โดยเฉพาะภูมิประเทศอันงดงาม ภาพภูเขา หิมะ ทะเลสาบ สวน ป่าไม้ ทะเล อาคารบ้านเรือนที่น่าอยู่อาศัย ก็คงเดากันไม่เลยยากว่าน้องๆ กำลังนึกถึงดินแดนกีวี ประเทศนิวซีแลนด์นั่นเอง เนื่องด้วยค่าครองชีพที่ต่ำทำให้น้องๆที่อยากเลือกประเทศนี้จึงได้ใช้ชีวิตแบบนักเรียนไปอย่างเต็มทั้งการเรียนภาษาในสถาบันภาษาเกรดเอและยังสามารถพักอยู่กับครอบครัวชาวต่างชาติได้ตลอดระยะเวลาการเรียน เรียกว่าได้ฝึกภาษากัน 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ถ้าน้องๆ ชอบความเป็นเมือง ก็ต้อง Auckland ที่ตั้งอยู่บนเกาะเหนือเป็นเมืองที่เจริญเติบโตเร็ว เศรษฐกิจดี มีทุกอย่างให้น้องๆเลือกสรร เหมาะสำหรับน้องๆที่ยังรักความเป็นเมืองใหญ่ ส่วนคนที่ชอบเมืองใหญ่เมืองที่สองในเกาะเหนือเช่นเดียวกัน ลดความคึกคักลงอีกนิดหน่อยก็ต้องเป็น Wellington เป็นเมืองหลวงของประเทศนี้ จึงมีส่วนราชการสำคัญๆตั้งอยู่ที่นี่คะ Christchurch เมืองทางเกาะใต้ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ สวนสาธารณะ และผังเมืองที่เป็นระบบ ตึก และ บ้านเรือนส่วนใหญ่มีกลิ่นไอของความเป็นอังกฤษ เมืองรอบๆก็เป็นภูเขา ทะเลมีสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนที่ดึงดูดมากๆ น้องที่รักธรรมชาติและความเรียบง่ายแบบอบอุ่น ต้องไม่พลาดเมืองนี้นะคะ

UK

ผู้ดีอังกฤษ – เมืองท่าประตูสู่ยุโรป เป็นเมืองในฝันของใครๆ หลายๆ คนที่รักอากาศหนาวมีสายฝนโปรยปรายตลอดทั้งวัน ใครไม่ค่อยปลื้มแสงแดดต้องที่นี่เลยส่วนสาวๆ ที่อยากใส่เสื้อโค๊ด รองเท้าบูทก็ต้องอาศัยจังหวะนี้เลยนะ ส่วนหนุ่มๆ ก็ไม่ต้องน้อยใจคงได้ไปชมและเชียร์ทีมฟุตบอลในดวงใจก็คราวนี้แหละ ... อย่าลืมไปเยือน Anfield's สนามอันลือลั่นของ Liverpool ทีมที่ได้แชมป์ยุโรปถึง 6 สมัย และแชมป์ลีค 18 สมัย มากที่สุดในอังกฤษกันเลยทีเดียว...เอ๊ะ นี่ไม่ใช่เว็บกีฬานี่นา...

นอกจากนี้ยังจะได้เห็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ร่วม 100 ปี ซึ่งสวยงามและคลาสสิคอย่าบอกใครเชียว ถ้าใครอยากฟังต้นตำรับสำเนียงภาษาอังกฤษแบบผู้ดีอังกฤษที่สาวๆ อเมริกันหลงไหล ก็ต้องมาเรียนที่นี่ ที่น่าสน.. สามารถนั่งรถไฟไปเที่ยวประเทศอื่นได้ด้วยนะ...คุ้มจิงๆ หลักสูตรปริญญาโทส่วนใหญ่ใช้เวลาเพียง 1 ปี เท่านั้นทำงานได้ด้วย ถูกกฎหมายแน่นอนค่ะ

USA

ครองความสนใจเป็นอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ( พี่ก็เหมือนกันอ่ะ ) หากเป็นคนรักความตื่นเต้นอยากลองค้นหาประสบการณ์ แปลกใหม่ก็ต้องอเมริกาเลยนะ สุดขั้วที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่อย่าง New York เมืองที่ไม่เคยหลับ ไทม์แสคว เทพีเสรีภาพ เซ็นทรัลปาร์ค สวนสาธารณะที่ใหญ่มักๆ ระบบขนส่งยอดเยี่ยมอย่างรถไฟใต้ดิน หรือพิพิธภัณฑ์ ต่างๆ

ย้ายไปชายฝั่งทะเล San Francisco โรแม้น นนส์ มักๆ ค่ะ คุณน้องงง.. เมืองแห่งศิลปะ และมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ยิ่งได้นั่งรถรางชมเมืองด้วยแล้วต้องบอกเลยนี่แหละ เมืองในฝันจริงๆ อย่าพลาดเชียว ถ้าชอบดูหนังก็นี่เลยHollywood - Los Angeles จะเชื่อไหมว่าเป็นเมืองที่ชาวอเมริกันทุกคนอยากไป ไม่แน่นะเดินๆ อยู่อาจจะคุ้นๆว่าเหมือนฉากหนึ่งในหนัง เรื่องโปรดก็ได้ ที่ไปเที่ยวเล่นในละแวกใกล้เคียงก็เยอะมากๆ ทั้ง ลาสเวกัส, ซานดิเอโก้...อู้.. สงสัยว่าลงทะเบียนเรียนซัก 1 ปี ยังไม่แน่ใจเลย ว่าจะไปเที่ยวทั่วหรือยัง แล้วไม่ต้องกลัวเหงาคับพี่..คนไทยที่นั่นร่วมแสน.. (ตกลงจะเชียร์ให้ไปเที่ยวหรือไปเลยหว่า)

เอาล่ะ นั่นก็เป็นเรื่องคร่าวๆ ของประเทศหลักๆที่คนสนใจเยอะค่ะ ถ้าอ่านถึงบรรทัดนี้แล้วยังตัดสินใจไม่ได้ล่ะก็ ... โทรค่ะ โทรด่วนเลย พี่ๆรับฟังเสมอ แม้น้องจะเคยพลาดโทรไปที่อื่น พี่ก็พร้อมรับฟัง .. หะหะหะ +++

อยากไปทำไงดีคะ พี่ๆติวให้ก่อนออกตัว

เริ่มจากคุณสมบัติผู้เข้าประกวด…. ไม่ช่าย ผู้สมัครคะ

จำเป็นต้องมีผลสอบอะไรหรือไม่ถึงจะได้ไปเรียนภาษาอังกฤษ คำถามที่ทุกคนต้องถาม

ไม่จำเป็นต้องไปสอบ TOEFL , IELTS หรือว่า TOEIC ให้ไมเกรนขึ้นเลยคะ ระดับให้เรียนตั้งแต่ ระดับขั้นเด็กน้อย ถึง ระดับขั้นเทพ แค่น้องๆประเมินตัวเองว่าอยากไปลองก่อนซัก 6 เดือน หรือ 9 เดือน ก็แล้วแต่ความสบายใจนะคะ ไปถึงวันแรก ก็จะได้ทำบท ทดสอบรับรอง ได้ระดับไม่พลาดจากความสามารถที่มีแน่นอนคะ สบายใจแล้วเนอะ

อยากสมัครแล้วคะ ข้อมูลส่วนตัวน้องๆ เตรียมมารอไว้เลยคะ

เอกสารของผู้สมัครก่อนเลย

  1. Passport ส่วนใหญ่มีกันแล้วทุกคน เพราะทำเอาไว้ตอนไปกับทัวร์เกาหลีคะพี่คะ ไปมาหมดแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีไม่ต้องกังวลคะ ติดต่อทำได้เลยคะ กรมการกงศุล มีให้เลือกมากมาย หลักสี่, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า,บางนา ต่างจังหวัดใหญ่ๆ เชียงใหม่ , สงขลา, ขอนแก่น
  2. Transcript ฉบับสมบูรณ์เลยคะ เกรดเท่าไรไม่ต้องเกรงใจกันเอาตัวจริงมาเป็นใช้ได้คะ
  3. ประวัติการทำงาน ใครเคยทำงานมาแล้วกี่ที่ โชว์กันมาเลย อย่าให้ขาดหายตกหล่นนะคะ เดี๋ยวสถานทูตเขาจะสงสัยว่า เอ๋หายไปไหนมา ไม่มีประวัติให้เห็น ส่วนน้องที่จบมาใหม่ยังไม่ได้ทำงานเลยคะ พี่ 6 เดือนแล้ว ทำงัยดีคะ เอาอะไรมาโชว์ดี ก็ถ้าเคยไปเรียนพิเศษ หรือ อบรม อะไรมา หรือกำลังค้นหาตัวเองด้วยการทำอะไรอยู่ ก็โชว์มาได้เลยคะ
  4. รูปถ่ายคะ ออสเตรเลียและอังกฤษ 45x35 mm , อเมริกา 50x50mm ฉากหลังเป็นสีขาวนะคะ ไม่สวมแว่นอย่าใส่เสื้อสีขาวนะคะ เดี๋ยวเห็นแต่คอลอยขึ้นมาคะ

เอกสารของผู้มีพระคุณ ( สปอนเซอร์นั่นเอง)

  1. หลักฐานทางการเงิน เอาใครดีหละงานนี้ ก็ไม่ต้องตกใจ อายุหนูนิดเดียวจะเอาเงินฝากมาจากไหน อิอิ ใช้ของคุณพ่อ คุณแม่ หรือ ญาติแท้ๆ ของเราที่ท่านต้องการที่จะส่งเสียเลี้ยงดูเราคะ ก็ต้องโชว์ Bank Letter and Statement ย้อนหลัง 6 เดือนสถานทูตจะได้แน่ใจว่า เราจะไม่ไปลำบากฐานะแน่นอน ตัวเลขเท่าไร ก็ต้องดูแต่ละ ประเทศ แต่ละหลักสูตร โทรหาได้ไม่ต้องเกรงใจ , สลากออมสิน ,ธกส, หุ้น และ กองทุนต่างๆหละคะ ได้หรือป่าว แม่ไม่ชอบฝากแบงค์คะ ได้คะ ในกรณีที่สามารถเปลี่ยนเป็นงินสดได้ทันทีใช้ได้คะ โกยมาเลยคะ
  2. หลักฐานทางด้านอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ทะเบียนการค้า, ใบรับรองเงินเดือน สถานทูตจะได้ทราบคะว่า ผู้มีพระคุณเป็นใครจะส่งเสียเราด้วยวิธีใดนะคะ หลักฐานส่วนตัวทั่วไป ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบเปลี่ยนชื่อ สกุล ต่าง ๆ พร้อมสมัครแล้วคะ ปรึกษากันอย่างงี้คิดตังป่าวพี่ อ้าวพี่ก็ลืมบอก ฟรีๆไม่มีค่าดำเนินการคะ ชำระทุกบาททุกสตางค์ตาม ใบเรียกเก็บค่าเรียน (Invoice) ของแต่ละสถาบันเปะๆๆ งานนี้ไม่มีออกใบเรียกเก็บขึ้นมาเองแน่นอน
  3. กรอกใบสมัคร ได้เลย หลังจากนั้น ประมาณ 48 ชั่วโมง จะได้ใบตอบรับ( Offer)จากทางสถาบันว่าเรารับคุณแล้วนะ ก็จะได้ Invoice มาพร้อมกันเลยทีเดียว เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับ ผุ้มีพระคุณในการเตรียมส่งเสียกันละงานนี้ มากน้อยก็ตามกำลัง
  4. ระหว่างนี้ก็ น้องๆ ที่จะไป ออสเตรเลีย และ อังกฤษ ก็ไปเตรียมตัวตรวจร่างกายกันได้เลย ทั้ง 2 ประเทศจะเน้นตรวจที่ปอด ใครไม่ฟิตตอนนี้ ก็ต้องลดละเลิกงาน ปาร์ตี้ สังสรรค์ กันซักพัก เป็นหวัดคัดจมูกก็ต้อง เลี่ยงกันหน่อย แต่ละ ประเทศจะมี โรงพยาบาลในสังกัดให้เข้าตรวจ รายละเอียดยิบย่อย พี่ๆ จะซักซ้อมให้อีกรอบ เดี๋ยวจะลืม
  5. สุขภาพปกติดี ก็ตอนนี้ทำการชำระเงินไปยังสถาบันได้เลย หลังจากนั้นน้องๆ จะได้รับ เอกสารในการยืนยันเพื่อขอวีซ่า ถ้าน้องๆ ได้รับใบนี้ก็สบายใจได้ว่า สถาบันได้รับเงินเราแล้ว ไม่อย่างนั้น สถาบันจะไม่ยอมปล่อยอ้อยมาเข้าปากช้างได้เลย
  6. คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการขอวีซ่ากันเลย รวบรวมเอกสารใส่พาน เข้าสถานทูตกันไปเลย น้องๆก็ต้องเตรียมตัวมากหน่อยสำหรับอเมริกาที่จะต้องเข้ารับการสัมภาษณ์ด้วยตนเอง แต่ไม่ต้องห่วงพี่ๆ จะทำการซ้อมสัมภาษณ์ให้ก่อนเอากันให้แน่ใจว่าไม่เข้าไป ตัวสั่น หน้าซีด ตอนเจอเจ้าหน้าที่ เรียกว่าเก็งข้อสอบกันให้เลยหละ อังกฤษยื่นด้วยตัวเอง แต่ไม่ต้องสัมภาษณ์ ส่วนออสเตรเลียสะดวกที่สุด พี่ๆๆ ทำให้หมดเลย นอนตีพุงอยู่ที่บ้านเลย สบายจิงๆ น้องยุด Twenty นี่

ต่อจากนี้ก็จะเป็นการเตรียมตัวก่อนการเดินทางแล้วตื่นเต้นจังเลย ซื้อข้าว ซื้อของ ซื้อโน่น ซื้อนี่ ปาร์ตี้ เพื่อน ม.ต้น ม.ปลาย .มหาวิทยาลัย ชมรม แฟนคลับ กิ๊ก เจ้านาย ลูกน้อง ผองเพื่อน น้ำหนักขึ้นรอไปก่อนเลยงานนี้

เอาเป็นว่าที่ขาดไม่ได้ก่อนเลยคือ ตั๋ว เลือกที่ชอบ สายไหนที่ใช่ ซื้อได้เลยคะ จะซื้อเอง หรือให้พื่ซือ้ให้ก็แล้วแต่ถนัดกันเลย มีให้เลือกทั้งแบบ ไป อย่างเดียว ยังไม่กลับ หรือกลัวคิดถึงกิ๊ก ไป-กลับ เลย ยังมีอีก บินตรง บินแวะ สายไทย สายเทศ แนะนำให้น้องๆจองตั๋วเข้าไปพร้อมๆกับที่เราสมัครเรียนเลย จะได้มีตั๋ว ชำระเงินอะวีซ่าเสร็จก็ค่อยออกก็ได้ สบายๆๆเลย ไม่ต้องไปวางมัดจำอะไรก่อนนะ

ต่อจากนี้ซื้ออะไรอย่างไรมันเยอะไว้ดู VDO Present ทีเดียวคะ ไว้พบกันคะ บะบาย

................... พี่เอเองค่า

เก็บอะไรใส่ในกระเป๋า

...เก็บบบ เสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ลาแล้วหนาบ้านเก่า ดินแดนที่เราเกิดมา .... ฟังเพลง หิ้วกระเป๋า – ก็อต จักรพรรณ์ ;)

....... แป๊ก... ไม่ฮา ... โอเค งั้นเข้าเรื่อง ....

สิ่งสำคัญที่ต้องนำติดตัวขึ้นเครื่องย้ำสำคัญมาก

  • passport และ visa
  • Offer letter and acceptance letter
  • I-20(USA)/ Ecoe(AUS)/ Certificate of enrollment, เอกสารการเอ็กซเรย์(UK)
  • offer letter accommodation
  • Home Stay detail หรือที่อยู่ที่เราจะไปอยู่ ตั๋วเครื่องบิน
  • รูปถ่าย (เตรียมมาได้เลยถ่ายบ้านเราสวยกว่าเยอะ)
  • transcript
  • IELTS ,TOEFL and GMAT or GRE (ถ้าใช้)
  • เช็คเดินทาง ดร๊าฟ เงินสด บัตรเครดิต
  • ปากกา,ปากลบคำผิด
  • ยาลดกรด ,เพียงเซียวอิ๊ว,ยาดมวาเป๊ก (อย่าแอบหัวเราะนะเห็นซื้อยาดมขึ้นเครื่องกันที่สนามบินประจำ)
  • โทรศัพท์มือถือ

เหมายเหตุ: ในส่วนที่เป็นเอกสารสำคัญนั้นน้องๆควรทำสำเนาให้กับคุณพ่อคุณแม่เอาไว้ 1 ชุดแสกนเก็บไว้ในอีเมลและทำสำเนาควรทำสำเนาติดตัวสำหรับใช้ติดต่อสถานที่ต่างด้วยเนื่องจากค่าถ่ายเอกสารมีราคาแพง

กระเป๋าใบเล็กน้ำหนัก 5-7 กิโลกรัมสำหรับลากขึ้นเครื่อง

ควรใส่ของสำคัญที่เราคิดว่าจะต้องใช้ระหว่างเดินทางเพราะกว่าน้องๆจะได้เจอะเจอกระเป๋าใบใหญ่อีกทีก็จะเข้าประเทศแล้วตื่นเต้นกันเลยทีเดียวเกิดเอาของสำคัญเข้าไป นอกจากนี้ควรใส่ หนังสืออ่านเล่น เสื้อแจ็คเก็ตสำหรับน้องๆที่ไปช่วงหน้าหนาวต้องใช้แน่นอนหรือคนขี้หนาวใส่บนเครื่อง, อุปกรณ์สำหรับฟังเพลง,นอกจากนั้นก็ใส่ของที่น้ำหนักเกินจากกระเป๋าใหญ่

ข้อมูลน้ำหนักอาจเปลี่ยนแปลงแล้วแต่ช่วงนะคะ ทางที่ดีเช็คกับสายการบินแน่ๆก่อนนะ ไม่งั้นต้องไปรื้อตอนเช็คอินล่ะเสียดายของแย่เลย

กระเป๋าใบใหญ่น้ำหนักขึ้นอยู่แต่ละประเทศจะอยู่ที่ 20-30 กิโลกรัม มีอเมริกาประเทศเดียวที่ให้เอากระเป๋าไปได้ 2 ใบ ใจดีจริงเชียว ลองมาดูกันว่าจะใส่อะไรลงไปดี

ใบสั่งยา,คอนแทคเลนส์และแว่นตาสำรอง หากมีโรคประจำตัวที่ต้องเตรียมยาไปด้วยให้คุณหมอออกใบแสดงรายการเกี่ยวกับยาด้วยนะคะส่วนแว่นตาตัวสำรองและคอนแทคเลนส์เตรียมไปเผื่อ ไปด้วยก็จะดีมากให้คุณหมอเขียนรายละเอียดของเราเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยจะทำให้ไม่ต้องไปเสียค่าปรึกษาแพทย์ตอนตัดแว่นอีกนะคะแพงจริงๆ

รูปถ่าย ของเรา ครอบครัวและ เพื่อนๆเอาไว้ดูแก้เหงาหรือไว้ให้เพื่อนต่างชาติดู

เสื้อผ้า สามารถจัดกันไปตามฤดูกาล

หน้าร้อน เอาเสื้อผ้าของเราที่มีอยู่ไปใช้ได้เลย เสื้อผ้าหน้าร้อนของเราน่ารักและราคาถูกเมื่อเทียบราคาในต่างประเทศ ทั้งเสื้อกล้าม สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น ร้องเท้าแตะ

หน้าหนาว แนะนำสำหรับน้องที่ยังไม่มีเสื้อผ้าหน้าหนาวและอุปกรณ์กันหนาวไม่ต้องกังวลควรไปซื้อในประเทศที่น้องจะไปเลยเพราะคุณภาพและราคาคุ้มค่าใส่แล้วอุ่นแน่นอนราคาไม่แพงด้วย อาจจะซื้อไปซักแค่ใส่ในช่วงแรกที่ยังไปไหนไม่ถูกสามารถหาซื้อได้ที่ Outlet, Export Shop – บอกว่าพี่เอแนะนำมา .. เค้าจะทำหน้างงๆ … เอ ..เอ ไหนหว่า 555 ร้องเท้าผ้าใบ, กางเกงยีนส์ , ชุดชั้นในจะมีราคาค่อนข้างแพง , ถุงเท้า

กระเป๋าเป้ เอาไว้ไปใส่หนังเพื่อไปเรียนจะสะดวกมากเวลาต้องเดินทาง หรือปั่นจักรยาน

เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับอเมริกาจะต้องมีเครื่องแปลงไฟฟ้าเนื่องจากโวลต์ของไฟนั้นแตกต่างกัน

ประเทศอังกฤษและออสเตรเลียสามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เพียงแต่น้องต้องหา Adapter สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเนื่องจากปลั๊กไฟมีความแตกต่างกัน สามารถหาซื้อได้ตามห้างชั้นนำ หรือ Fortune town.

เครื่องเขียน ที่ใช้กันเป็นประจำนำไปได้เลยเนื่องจากของเรามีราคาถูกและมีดีไซด์ที่น่ารัก อย่างสมุดจดเนี่ยที่ต่างประเทศเขาใช้สมุดฉีกกันไม่ค่อยงามเท่าไร

Dictionary version English English หรือ English Thai ประโยชน์มหาสารที่จะได้รับคือการเห็นประโยคตัวอย่างที่ทำสามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้คะ แนะนำ Longman

ยาสามัญ
อยากให้น้องๆเตรียมไปให้พร้อมเพราะว่าเวลาเจ็บป่วยเนี่ยซื้อยาทานเองไม่ได้ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้นเห็นค่าหมอและค่ายาในต่างประเทศจากปวดท้องก็จะมีอาการปวดหัวพาลจะเป็นลมตามไปด้วยเลยเวลาซื้อก็แนะนำให้ซื้อตามร้านขายยาใหญ่ซื้อแบบที่อยู่ในกล่องและมีเอกสารกำกับยานะฝรั่งจะได้รู้ว่าขนอะไรเข้าไปนะคะ

  1. ยาแก้แพ้ ยิ่งน้องๆที่ต้องไปอยู่ในเมืองที่มีอากาศหนาวก็เกิดอาการแพ้อากาศ จะมีคัดจมูก ไอ จาม หรือไซนัส ตามมา
  2. ยาแก้อักเสบ หากมีอาการมาจากข้อ 1 ข้อ 2 ต้องใช้แน่เพื่อลดอาการเจ็บคอ ร้อนในปากเป็นแผล
  3. ยาแก้แผลร้อนในปากชนิดที่ใช้ทา
  4. ยาธาตุชนิดต่างๆน้ำขาว น้ำแดง ทั้งหลาย
  5. ยาแก้ท้องเสีย
  6. น้ำเกลือชงที่ทดแทนการขาดน้ำ
  7. ยาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่างๆ
  8. เทนโซพลาส มีประโยชน์มากๆในช่วงที่ต้องทำงานในครัวใหม่ๆ
  9. ยาสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว
  10. ยาแก้ปวดประจำเดือน
  11. น้องๆผู้รักความงาม ยาสิวควรจดหมายแจ้งมาจากคุณหมอด้วยนะคะว่าถืออะไรเข้ามา

อังกฤษและอเมริกา
อาหารกระป๋อง หรืออาหารที่บรรจุหีบห่อด้วยวิธีสูญญากาศ ( ซึ่งต้องไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ หรือสัตว์ปีกต่างๆ ) สามารถนำเข้าได้ แต่ต้องเป็นการนำเข้าเพื่อเอาไปบริโภคเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ปลา สามารถนำเข้าได้ ถ้าเพื่อบริโภคเป็นการส่วนตัว

เครื่องปรุงประกอบอาหารต่างๆ สามารถนำเข้าได้ นำไปเพียงนิดหน่อยสำหรับช่วงแรกๆที่ยังไม่รู้ว่าจะไปอะไรที่ไหนดี เช่นผงปรุงอาหารสำเร็จรูป โลโบ, น้ำพริกอยู่ในกระปุกอย่างดี เชื่อแน่คุณแม่เตรียมให้แน่นอน

ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
ไม่แนะนำให้น้องนำอาหารเข้าไปเลยค่ะ เพราะค่อนข้างเป็นเขตควบคุมเกี่ยวกับการนำเข้าอาหารค่อนข้างยุ่งยาก

เตรียมเงินอย่างไรดีหนอ
พี่ๆไม่อยากให้น้องๆพกเงินติดตัวไปมากเพื่อลดความกังวลใจชาวต่างชาติโดยส่วนใหญ่ไม่ใช้เงินสดกันพกเงินเยอะเดี๋ยวเขาตกใจ แนะนำให้นำเงินไปประมาณ $ 500 - $1000 US โดยแลกเป็นธนบัตรปลีกย่อยเพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่รอบัตร ATM จากธนาคารหรืออีกวิธีที่ดีคือการใช้บัตร ATM แบบ Visa Electron น้องๆจะเสียค่าธรรมเนียมในการกดเพียง 100 บาทต่อครั้งเท่าเพื่อแก้ปัญหาการถือเงินสด หรือจะถือแบงค์คราฟไปเพื่อนำไปเปิดบัญชีก็ได้คะ

ทำฟันให้เรียบร้อย
ค่าทำฟันที่เมืองนอกแพงมากๆน้องๆจัดการ ขูด อุด ถอน อะไรต่างนานาให้เรียบร้อยเลยนะคะแม้จะกลัวขนาดไหนก็ต้องยอมแล้วงานนี้อย่าไปกลัวไม่อย่างนั้นจะโดนค่าทำฟันที่แพงกว่าค่าเช้าบ้านนะคะ

ประกันสุขภาพ
แนะนำให้น้องๆควรมีประกันเอาเพื่อความปลอดภัยของเราหากเจ็บป่วยคุณหมอจะได้กล้ารักษาว่าได้ค่ารักษาพยาบาลแน่นอนแต่การรักษาจะครอบคลุมแค่การเจ็บป่วยที่มาจากอุบัติเหตุ หัว ล้าง ข้าง แตก หรือหากเจ็บป่วยก็ค่าชดเชยเป็นบางส่วนเพราะค่าประกันที่เราจ่ายนั้นไม่ได้มากมายอะไรเพียงประมาณ 70 เหรียญต่อเดือนสำหรับอเมริกา และ 25 ปอนด์ เดือนสำหรับอังกฤษ เท่านั้นแต่ถ้าหากน้องๆมีประกันในเมืองที่สามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้ก็ไม่จำเป็นต้องทำนะคะ

ของมีค่าอย่าเอาไป
แบบเครื่องประดับของมีค่า ทั้งหลายฝากคุณแม่ไว้น่าจะดีกว่าไม่ใช่ว่าประเทศเขาไม่ปลอดภัยนะคะแต่ว่าเราจะต้องเดินทางขึ้น รถ ลง เรือ หรือทำงานรอรถตอนค่ำๆ อาจเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินได้แต่ถ้าอยากเอาไปบ้างก็ไว้ใส่ในงานสำคัญนะคะ

คร่าวๆนะคะ น่าจะเป็นไกด์ ได้เวลาจัดเตรียมของ ถ้าสงสัยตรงไหน หรือไม่แน่ใจโทรมาถามได้เลยนะคะ ยินดีแนะนำค่ะ

................... พี่เอเองค่า

เรียกครั้งสุดท้ายก่อน.... Take Off !!!

เดินทางด้วยความสบายใจ

น้องๆควรไปถึงสนามบินก่อนเวลา 2.30 ชั่วโมงเพื่อการได้ที่นั่งที่ต้องการสายการบินส่วนใหญ่จะให้น้องๆเลือกที่นั่งตอนเช็คอินและควรเตรียมเอกสารสำหรับการเดินทางให้เรียบร้อยสิ่งที่จะต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่มี Passport ที่มีหน้าวีซ่าเรียบร้อยแล้ว, E-Ticket น้องๆจะต้องชั่งน้ำหนักของกระเป๋าก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่น้องๆต้องแน่ใจแล้วว่าได้เขียนที่อยู่ปลายทางแขวนไว้ที่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วแนะนำให้น้องๆใส่ที่อยู่ของสถาบันในกรณีที่กระเป๋าพลัดหลงไปทางอื่น

สำหรับการเลือกที่นั่งนั้นแล้วแต่ความชอบเลยใครอยากนอนยาวๆไม่อยากให้ใครมาสะกิดก็ชิดในติดหน้าต่างไปเลยแต่ถ้าใครต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆไม่อยากสะกิดคนอื่นก็ชิดทางเดินได้เลยคะหลังจากได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้วน้องจะได้ Boarding Pass จะเป็นตั๋วเดินทางที่ระบุเวลาและ Gate ทางเข้าไปสู่เครื่องเรียบร้อยน้องๆต้องสังเกตให้ดีว่าจะต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตูเบอร์อะไรเวลาไหน

เมื่อพร้อมขึ้นเครื่องน้องต้องกรอกใบขาเข้าขาออกเพื่อยื่นให้กองตรวจคนเข้าเมืองจากนั้นก็จะมีการตรวจกระเป๋าถือส่วนตัวก่อนขึ้นเครื่องอีกครั้งเมื่อขึ้นเครื่องเรียบร้อยแล้วก็ตามอัธยาศัยใครชอบนอนๆได้เลยสำหรับน้องๆที่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับอาหารให้น้องๆแจ้งแต่สายการบินก่อน 24 ชั่วโมง

สำหรับน้องๆที่ต้องหยุดแวะพักเปลี่ยนเครื่องไม่ต้องกรอกเอกสารการเข้าเพียงแค่ต้องรักษาเวลาโดยส่วนใหญ่น้องๆจะมีเวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมงควรไปห้องรับรองหน้าประตูทางเข้าก่อนหลังจากนั้นค่อยเดินเล่น โดยสังเกตบน Boarding Pass หรือจอมินิเตอร์ที่จะแสดงเบอร์ประตูทางขึ้นเครื่องของเราแนะนำว่าน้องๆควรจำเที่ยวบินของตนเองได้เมื่อจะขึ้นเครื่องอีกครั้งก็ให้น้องๆแสดง Passport และ Boarding Pass

เมื่อจะถึงที่หมายเจ้าหน้าจะนำเอกสารขาเข้าให้เรากรอกเพื่อแสดงรายละเอียดต่างๆอย่าลืมพกที่อยู่ปลายทางที่ง่ายต่อการหยิบขึ้นมาใช้เมื่อถึงที่หมายน้องๆไม่ควรพกเงินสดติดตัวเกิน 10,000 เหรียญ

เมื่อออกจากเครื่องให้น้องๆดูที่จอมอนิเตอร์ว่าจะต้องไปรับที่กระเป๋าที่สานพานหมายเลขใดต่อจากนั้นสิ่งที่จะเจอเป็นสิ่งแรกที่กองตรวจคนเข้าเมืองน้องๆจะต้องแสดง Passport เอกสารการเรียน home stay detail. น้องๆจะต้องตอบสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ว่าเราเป็นใคร,จะเข้ามาทำอะไร,หรือเรียนที่ไหน จากนั้นสำหรับอเมริกาเจ้าหน้าที่จะแนบ I-94 เป็นส่วนหนึ่งออกเอกสารขาเข้าที่น้องๆกรอกน้องๆต้องเก็บไว้ให้ดีแนะนำให้เย็บติดกับเล่ม Passport.

น้องๆต้องรับกระเป๋าจากสายพานควรทำสัญลักษณ์ที่กระเป๋าให้เห็นอย่างชัดเจนเพราะกระเป๋าลักษณะจะคล้ายๆกันไม่เช่นนั้นน้องๆอาจจะต้องกล้ามขึ้นก่อนที่จะเจอกระเป๋า

เมื่อได้กระเป๋าครบแล้วก็เตรียมตัวเข้าสู่จุดตรวจกันเลยแนะนำให้น้องๆเดินเข้าช่องที่ต้องสำแดงเพราะน้องๆส่วนใหญ่จะมีอาหารและยารักษาโรคแต่ไม่ต้องกังวลเนื่องจากนำเข้าไปอย่างถูกต้องแนะนำให้ทำหน้าตายิ้มแย้มและพูดว่าเราเป็นนักเรียนและของกินมาแค่เล็กๆน้อยๆคะ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วน้องๆ ก็ออกมาถึงจุดสุดท้ายของสนามบินแค่จุดแรกของการเข้าประเทศก็จะเห็นผู้คนเข้ามายืนรอรับนักเรียนมากมายถ้าให้ผู้ปกครองมารับก็เตรียมมองหาส่วนใครให้รถที่สาบันมารับก็มองหาป้ายชื่อของน้อง ๆ ได้เลยคะ

ขอให้น้องๆ เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและสนุกกับการเดินทางค่ะ

................... พี่เอเองค่า

เรื่องน่ารู้เมื่อชีวิตน้องๆต้องเริ่มต้นที่ออสเตรเลีย

ก้าวเท้าเข้าสถาบันเตรียมสอบก่อนเลย
เริ่มวันแรกด้วยความภูมิใจและมั่นใจพร้อมด้วย Passport, COE, รูปถ่ายซักขนาด 1 นิ้วครึ่ง เพื่อทำบัตรนักเรียน,เครื่องเขียน พร้อมทำข้อสอบ ได้ห้องไหนก็เอาใจช่วยนะคะ

ไปธนาคารต่อเลยดีกว่า
สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับต้นๆเลยคือเปิดบัญชีน้องๆจะได้ไม่ต้องแบกเงินสดไว้นานๆเตรียม Passport จดหมายรับรองจากทางสถาบัน เอกสารที่แสดงที่อยู่ของเราเขาจะได้ส่งเอกสารไปให้ได้นะคะ น้องๆสามารถใช้บัตร ATM หรือที่เรียกว่า บัตร EFTPOS ในการซื้อของได้ไม่จำเป็นต้องพกพาเงินสดให้อันตราย เวลาทำการ 9.00-16.30 ในบางแห่งเปิดให้บริการวันเสาร์ด้วยครึ่งวัน

คิดถึงบ้านแล้วกดเบอร์อะไรดี
การโทรศัพท์จากออสเตรเลียกลับมาประเทศไทย 0011 + 66 (รหัสประเทศ) + 2 (รหัสกรุงเทพ) + หมายเลขโทรศัพท์ 7 หลัก

การโทรศัพท์จากประเทศไทยไปออสเตรเลีย
01 + 61 (รหัสประเทศ) + (Area Code 1 หลัก) + หมายเลขโทรศัพท์ 8 หลัก น้องๆสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ของคนไทยที่สามารถโทรกลับเมืองไทยได้ในราคาย่อมเยา หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 000

โทรศัพท์มือถือ
การบริการด้านโทรศัพท์ที่อังกฤษจะคล้ายๆกับบ้านเรามีทั้งค่าบริการแบบเป็นสมาชิกรายปี รายเดือน เติมเงิน น้องๆสามารถนำโทรศัพท์เครื่องโปรดของน้องไปใส่ซิมที่ออสเตรเลียได้เลยคะ

โทรศัพท์สาธารณะ
ในกรณีที่มือถือแบตหมดขึ้นมาก็ได้อาศัยใช้บ้างหละอัตราค่าโทรศัพท์จะเริ่มที่ 40c น้องสามารถใช้บัตรโทรศัพท์ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ทั่วไปมีหลายราคาให้เลือกซื้อด้วยพกติดตัวไว้ยามฉุกเฉินซักใบก็จะดีนะ

The Letter
ไปรษณีย์เป็นคำตอบของน้องๆอย่างแรกเลยที่อยากส่งคือ โปสการ์ดค่าธรรมเนียมในการส่งก็ประมาณ 85เซ็นต์ ที่บ้านก็จะได้จินตนาการได้ว่าที่ๆเราไปอยู่นั้นเป็นอย่างไรถ้าจะส่งจดหมายในประเทศนั้นก็ประมาณ 50เซ็นต์

วัฒนธรรมการให้ทิป
ไม่มีข้อกำหนดตายตัวแต่ใจเขาใจเรานะควรจะให้ทิปเมื่อเราใช้บริการอย่างการทานอาหารในร้านอาหารนั้นหากร้านยังไม่มีการบวกค่าบริการก็ควรให้ 10% จากค่าอาหารแต่ถ้าเป็น โรงแรม แท็กซี่ ร้านทำผมต้องให้เป็นปกติ10%

น้ำประปาและไฟฟ้า
น้ำประปาดื่มได้แน่นอนแต่ควรเป็นก๊อกจากห้องครัวน้องๆสามารถหาซื้อตัวกรองอีกทีได้ตามร้านทั่วไประวังก๊อกสีแดงเป็นน้ำร้อนเดี๋ยวจะได้น้ำต้มล้างมือโดยไม่ตั้งใจเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ด้วยกันได้แต่ต้องเอา Adapter 3 ขาไปด้วยนะราคาประมาณ 100 บาทเท่านั้น

การเดินทาง
ออสเตรเลียมีเมืองแห่งการศึกษามากมายและมีการเดินทางที่หลากหลายต่างกันไปแต่ที่นิยมจะเป็นการเดินทางโดยรถเมล์สำหรับทุกเมืองน้องๆสามารถหาซื้อบัตรเดินทางที่มีระยะเวลาต่างๆกันได้ตามความสะดวก ถ้าเป็นที่เมลเบรินจะมีรถรางให้น้องๆได้ใช้กันสะดวกและปลอดภัยหรือการเดินทางโดยเรือเมล์ที่ในหลายๆเมืองอีกด้วย

นอกจากนี้การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นที่นิยมและสะดวกมากในการเดินทางภายในประเทศน้องสามารถจองตั๋วเดินทางได้ล่วงหน้าเพื่อเป็นการเตรียมการที่ดีและมีที่นั่งแน่นอนและจะทำให้น้องๆได้ตั๋วในราคาย่อมเยา

................... พี่เอเองค่า

“ไปอเมริกาไม่ยากอย่างที่คิด”

ผมเป็นคนหนึ่งที่สับสนในชีวิตเมื่อเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ว่าจะทำงานรึว่าจะเรียนต่อดี และเมื่อไปสมัครงานตามที่ชอบก็คือ เกี่ยวกับทางด้านการส่งออก นำเข้าสินค้า แต่งานที่สมัครไปกลับได้ในตำแหน่งที่ไม่น่าพอใจ

ซึ่งจุดนี้เองทำให้ผมรู้สึกว่าเรียนแค่ปริญญาตรีไม่เพียงพอ และในเรื่องของภาษาอังกฤษนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก ทำให้ตัดสินใจว่าจะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศให้ได้เพื่อจะได้เข้าใจภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น และก็ ตัดสินใจว่าเลือกที่จะไปอเมริกาเพราะเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆด้านและมีความเป็นเสรีภาพค่อนข้างสูง

แต่จะไปเรียนที่อเมริกาได้อย่างไรล่ะ ผมได้แต่ถามตัวเองในใจ จนได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่มหาวิทยาลัยคนหนึ่งว่า ให้ติดต่อไปที่ พี่เอ Freewill Education ดูเพราะว่าที่นี่ให้คำแนะนำดี

และผมก็ติดต่อไป ซึ่งให้คำแนะนำกับผมดีมาก เพราะว่าผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการจะไปเรียนต่อที่อเมริกา พี่ให้คำแนะนำในทุกๆเรื่องอย่างเป็นกันเองและติดต่อหาสถานที่เรียนที่อเมริกาให้กับผมรวมไปถึงการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์วีซ่าอีกด้วย

ก่อนที่จะถึงวันนัดสัมภาษณ์วีซ่า ผมได้ลองขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อจะได้ประมาณการในเรื่องของเวลาที่จะใช้ในการเดินทางในวันที่จะสอบสัมภาษณ์วีซ่าจริงอีกด้วย

และเมื่ออยู่บ้านผมก็จะพยายามนึกคำถามที่ทางสถานทูตน่าจะถามเรา และเมื่ออยากรู้ว่าจะตอบว่าอย่างไรก็จะโทรไปปรึกษากับพี่เอ อยู่เสมอ เพื่อทำให้ตัวเราเองนั้นพร้อมที่สุดในวันที่สอบสัมภาษณ์วีซ่า

เมื่อถึงวันนัดสัมภาษณ์วีซ่า ผมตื่นแต่เช้าตรวจดูความพร้อมในทุกๆเรื่อง ทั้งการแต่งตัวที่สุภาพเรียบร้อยวันนั้นผมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงสแล็คขายาว ตรวจดูเอกสารที่สำคัญให้พร้อม เมื่อตรวจดูในทุกๆเรื่องแล้วก็ออกเดินทาง

ผมไปถึงก่อนเวลานัดสัมภาษณ์วีซ่า 1 ชั่วโมง เพื่อที่จะทำให้เราไม่ตื่นเต้นจนเกินไป ระหว่างรอผมก็จะพยายามนึกทบทวนคำถาม คำตอบที่เราได้เตรียมไว้ และนั่งทำสมาธิให้ดี ให้กำลังใจตัวเองว่าเราจะต้องทำได้ และไม่สนใจสิ่งรอบข้างที่จะทำให้เราเสียสมาธิ และเมื่อสัมภาษณ์เสร็จผมดูนาฬิกาดูก็พบว่าผมใช้เวลาในการสัมภาษณ์วีซ่าไปเป็นเวลา 30 นาที แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี วีซ่าผมผ่านแล้ว ดีใจมากๆครับ ;)

หลังจากที่วีซ่าผมผ่านเรียบร้อยแล้วผมลองมาทบทวนดู และลองคิดดูว่า การไปเรียนต่อที่อเมริกานั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด สิ่งที่เราคิดก่อนหน้าที่ว่าไปยากนั้นเป็นสิ่งที่เราคิดขึ้นเองทั้งนั้น ซึ่งในตอนสัมภาษณ์นั้นผมคิดว่าสติและสมาธินั้นสำคัญที่สุดครับ เพราะว่าสองสิ่งนี้ช่วยผมได้มากเลยทีเดียว

ก่อนจะไปเรียนต่อที่อเมริกานี้ ผมขอขอบคุณ พี่เอ Freewill มากๆครับที่ให้คำแนะนำดีๆกับผมและอยากบอกทุกๆคนครับว่า เมื่อเรามีความตั้งใจ มุ่งมั่นและมีความพร้อมในทุกๆด้านแล้ว ไปอเมริกานั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิดไว้เลยครับ

กิตติภูมิ ทรัพย์กิตติ
6 สิงหาคม


--- ขอบคุณน้องท๊อปค่า พี่ก็ทำหน้าที่ให้คำแนะนำให้ดีที่สุดเท่านั้นเองค่ะ
ที่เอามาให้อ่านกันเพราะเค้าชมพี่ .. ไม่ช่ายย..

เพราะอยากให้น้องๆคนอื่นได้เอาวิธีการเตรียมตัวที่ดีไปใช้นะคะ
อย่างที่น้องท๊อปว่า การเตรียมตัว + สติ + สมาธิ สำคัญมากนะคะ

ซึ่ง 3 สิ่งนี้น้องๆต้องหาซื้อเอาเองนะคะ
พี่เล่าได้บอกได้ แต่น้องๆต้องรู้สึกด้วยตัวเองก่อนว่ามันง่ายยยมาก ถ้าเราเตรียมตัวดีดี

................... พี่เอเองค่า

สวัสดี พี่เอ และเพื่อนๆค่ะ

- อาทิตย์แรกใน LONDON –

ตอนนี้เนยมาอยู่ที่ London 1 อาทิตย์ แล้วนะค่ะ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัวไม่หลงทางแล้ว สองสามวันแรกหลงทางน่าดูเลย ไม่ได้หลงที่ไหนเลย หลงในหมู่บ้านนี้แหละ หมู่บ้านใหญ่เป็นบ้า -*-

โชคดีที่ตอนนี้เป็น Summer มันมืดตอน สี่ทุ่ม เที่ยวได้ยาวเลย เพื่อนเกาหลีบอกรีบเที่ยวหน้านี้แหละ เพราะว่า ตอน กันยา-ตุลา สี่โมงเย็นมันจะมืดแล้ว อากาศจะวิปโยคเที่ยวไม่ได้ ... ( งงป่ะคะ คนเกาหลีมันพูด วิปโยคได้ไง ...555 ไม่ได้หรอกพี่ มันบอก Terrible หนูแต่งเองว่า วิปโยค เล่าให้แม่ฟังว่า ทำไมต้องเที่ยวทุกวัน แม่เลยถามว่า คนเกาหลีมันพูดวิปโยคได้ด้วยหรือ??)

อยู่ที่นี้หนูโทรหาแม่หาป้อ ทุกวันเลย วันละสองครั้ง พูดคุยกันทุกเรื่องเหมือนเมืองไทย ซื้อการ์ดมาโทรนาทีละ สามบาท คุยเช้ากลางวันเย็น สบายบรื๊อ +++ ที่สำคัญเงินหมด เติมเงินที่ไทยงั้นแสดงว่า เนยโทรฟรี......;)

ตอนนี้เพื่อนเนย ไม่ว่าชาติไหนพูดไทยได้หมด เนยสอนเค้าพูด สวัสดีค่ะ พูดได้ทุกชาติ ผู้ชายก็พูดสวัสดีค่ะ เนยบอกว่าไม่ได้ ผู้ชายต้องสวัสดีครับ เค้าบอกไม่เอา อยากพูดสวัสดีค่ะ เออ ตามสบาย แล้วเค้าก็ไม่ยอมขาดทุนหรอก สอนเนยพูด Spanish พูด Korean นั่งสอนกันอยู่ที่Trafalgar square นี้แหละ คนเกาหลี พูด ชัดมากๆๆ เหมือนคนไทยเลย

มาเรียนที่Malvern house เนยว่าก็ดีนะพี่ เพราะว่า มันอยู่ตรง Trafalgar square เลย (เนยเรียกเป็น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแห่ง London 555) สะดวกสบาย โรงเรียนอยู่ใกล้สถานี มากๆๆ คือ แบบชอบทำเลโรงเรียนสุดๆๆ -o-

สวัสดี พี่เอ และเพื่อนๆค่ะ - อาทิตย์แรกใน LONDON – ตอนนี้เนยมาอยู่ที่ London 1 อาทิตย์ แล้วนะค่ะ ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มลงตัวไม่หลงทางแล้ว สองสามวันแรกหลงทางน่าดูเลย ไม่ได้หลงที่ไหนเลย หลงในหมู่บ้านนี้แหละ หมู่บ้านใหญ่เป็นบ้า -*- โชคดีที่ตอนนี้เป็น Summer มันมืดตอน สี่ทุ่ม เที่ยวได้ยาวเลย เพื่อนเกาหลีบอกรีบเที่ยวหน้านี้แหละ เพราะว่า ตอน กันยา-ตุลา สี่โมงเย็นมันจะมืดแล้ว อากาศจะวิปโยคเที่ยวไม่ได้ ... ( งงป่ะคะ คนเกาหลีมันพูด วิปโยคได้ไง ...555 ไม่ได้หรอกพี่ มันบอก Terrible หนูแต่งเองว่า วิปโยค เล่าให้แม่ฟังว่า ทำไมต้องเที่ยวทุกวัน แม่เลยถามว่า คนเกาหลีมันพูดวิปโยคได้ด้วยหรือ??) อยู่ที่นี้หนูโทรหาแม่หาป้อ ทุกวันเลย วันละสองครั้ง พูดคุยกันทุกเรื่องเหมือนเมืองไทย ซื้อการ์ดมาโทรนาทีละ สามบาท คุยเช้ากลางวันเย็น สบายบรื๊อ +++ ที่สำคัญเงินหมด เติมเงินที่ไทยงั้นแสดงว่า เนยโทรฟรี......;) ตอนนี้เพื่อนเนย ไม่ว่าชาติไหนพูดไทยได้หมด เนยสอนเค้าพูด สวัสดีค่ะ พูดได้ทุกชาติ ผู้ชายก็พูดสวัสดีค่ะ เนยบอกว่าไม่ได้ ผู้ชายต้องสวัสดีครับ เค้าบอกไม่เอา อยากพูดสวัสดีค่ะ เออ ตามสบาย แล้วเค้าก็ไม่ยอมขาดทุนหรอก สอนเนยพูด Spanish พูด Korean นั่งสอนกันอยู่ที่ Trafalgar square นี้แหละ คนเกาหลี พูด ชัดมากๆๆ เหมือนคนไทยเลย มาเรียนที่ Malvern house เนยว่าก็ดีนะพี่ เพราะว่า มันอยู่ตรง Trafalgar square เลย (เนยเรียกเป็น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแห่ง London 555) สะดวกสบาย โรงเรียนอยู่ใกล้สถานี มากๆๆ คือ แบบชอบทำเลโรงเรียนสุดๆๆ -o- พอเรียนเสร็จ เนยกับเพื่อนมีทั้งชาวสเปน โคลัมเบีย เกาหลี ชอบไปนั่งเล่นที่ Trafalgar square ทุกเย็นเลยพี่ มันสวยดี แล้วก็เที่ยวที่ใกล้ๆๆโรงเรียนไปก่อน แต่หนึ่งอาทิตย์ พี่เอต้องไม่น่าเชื่อว่า เนยเที่ยวได้มากมายขนาดนี้ คือเที่ยวหลายที่มากเลยกับเวลา 1 week

ที่ ที่เนยกับเพื่อน ชอบมานั่งกิน sandwich กันที่นี้ เพราะว่าซื้อจากร้านแบบ to go มานั่งกินข้างนอก มันจะถูกกว่านั่งกินในร้าน ซื้อมากกิน อาจจะแค่ 2-3ปอนด์ ถ้ากินที่ร้านจะ 4-5 ปอนด์ ( ถ้าจะเอาถูกจริงๆ 99 pen ก็มี ร้านใกล้โรงเรียน พอกินได้ แต่กินมาหลายมื้อเริ่มเบื่อ) ที่สำคัญนั่งตรงนี้ นั่งนานเท่าไหร่ก็ได้ คุยเสียงดังก็ได้ แถมได้นั่งมองฝรั่งหล่อๆๆ ด้วย เหอๆๆ ข้างหลังเสาเป็นนาฬิกา Bigben มองทางขวาเป็นวัง บักกิ้งแฮม

ข้างหลัง เสา เป็น the national gallery the national gallery

เดินมาไม่กี่ ถนน ก็ เจอ Bigben แล้ว อะค่ะ

ติดกับ Bigben เป็น รัฐสภาของอังกฤษ

เดินมาอีกนิดนึง เจอ London eye แต่เนยยังไม่ได้ ขึ้นไปอะ เพราะ ค่อนข้างจะแพง เอาไว้ก่อนกลับ ค่อยมาขึ้น

ไป บักกิ้งแฮม

St. James park พวกสเปน หลงใหล เป็ดมากๆๆ เค้าบอกว่า เป็ดน่ารัก เค้าไปวิ่งเล่นกับเป็ด

วันเสาร์ ไป Noting hill gate กับเพื่อนๆๆ

อันนี้ นั่ง รถ เมย์ แดงไป Harrods เพราะเบื่อ นั่งแต่ tube

เพื่อนหนู เยอะมากๆๆ แต่ไม่มีเพื่อนคนไทยเลย เวลาไปไหนที ไปพร้อมกันเกือบสิบคน

ที่Harrods เธกเธฑเธ™ On sale อยู่ พี่ เงินหนู หมดเลย -*- ช๊อบกระจาย พี่ วันเดียวหนูซื้อไป ร้อยกว่าปอนด์ แล้วไปมาสองวันติด ห้ามบอกแม่เลย ว่ากินของถูก เพื่อมา Shopping โดน ตัดเงินค่าขนมแน่ๆๆ Harrods นี้เหมือน สถานทูตไทย ประจำ London คนไทยเยอะมากๆๆ มีแต่พูดไทยเต็มไปหมด เดินแล้วอบอุ่น เหมือนเดิน The mall

ถ้าไม่รวม Shopping week นึง 50 ปอนด์ พอนะพี่ 27.4 สำหรับ tube (อาทิตย์ นี้จะซื้อ 19.1 และเพราะโรงเรียนทำบัตรลดให้) กิน คิดว่าวันละ 2 ปอนด์

น้ำเปล่านี้นี้ไม่ต้องพยายามซื้อ โคตรแพงเลย เนยซื้อทีเดียว แล้วเก็บขวด ไว้กรอกน้ำกอกจากบ้านมากิน หนักหน่อยแต่ประหยัดเยอะเลย เพราะน้ำที่นี้ถูกสุดคือขวดละ 99 pen ไม่รู้จะแพงอะไรขนาดนั้น คนอื่นเค้าก็ทำแบบนี้ ตอนแรกเนยไม่รู้ซื้อกินโคตรแพงเลย

มีอีกตั้งหลายที่ที่หนูไปแต่ไม่ได้ถ่ายรูป รวมๆ แล้วก็โอนะค่ะ แม้ทุกอย่างจะแพงแต่ก็มีทางประหยัดๆๆ เอา

เฮ้อ ตอนนี้เริ่มสับสน มาเที่ยวหรือมาเรียน เพื่อนๆ คุยกันว่า ภายใน 6 เดือน ต้องไปเที่ยวยุโรปให้ได้

พอดีเพื่อนป๊าหนูเค้าเป็นอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยใน London นี้แหละ และ เป็นนายกสมาคมนักบัญชี อะไรสักอย่างในอังกฤษด้วย ป๊าอยากให้เนย อยากให้ไปฝึกงานที่นั้น ถึงอาจจะไม่ได้เงิน แต่ได้ประสบการณ์

ป๊าบอกให้โทรไป ถ้าอยากทำงานทำไงดีพี่ หนูอยากเที่ยวไม่อยากทำงาน -*- ที่บ้านบอกว่า ให้เวลา 2 เดือน เที่ยวให้พอ........ แง ๆ ๆ ๆ จะเที่ยวๆๆ

มาถึงเรื่องโรงเรียน (เหมือนเรื่อง เรียนจะสำคัญ น้องกว่าเที่ยวยังไงไม่รู้)

ที่Malvern house ที่รู้ตอนนี้มีคนไทย แค่ไม่เกิน 5 คน แต่ในห้องเรียนเนยไม่มีเลย เจอแค่ 1 คน ที่ข้างล่างส่วนคนอื่นๆ ไม่รู้ เรียนห้องไหนกัน เนยว่าใครที่เป้าหมายมาเรียนภาษา โรงเรียนนี้ดีเลย เพราะว่าครูเค้าโอเคและเนื้อหาก็ โอเค อะค่ะ แล้วทุกวันศุกร์ จะมีการเปิดใจระหว่างครูกับนักเรียนด้วยว่า ต้องการอยากรู้เรื่องไร หรือมีไรอยากพอให้ครูปรับปรุงการสอนไหม

เนยว่าแบบ นี้โอเคเลยนะ แม้ห้องเรียนจะไม่สวยมาก อาจจะดูเล็กไปหน่อย แต่สำหรับเนย เนยว่ามันดีทีเดียว ถ้าแลกกับทำเล ที่โรงเรียนหาได้ แต่ถ้าใครมีเป้าหมายมาทำงาน แบบหาเงินอยู่ที่นี้ เนยไม่คิดว่าน่าจะได้นะค่ะ เพราะเค้าไม่ให้ขาดเรียนเกิน 3 วัน

คือแบบห้องเรียนน้อยนักเรียนเยอะ คือ ลุกเสียม้าอะ ถ้าไม่มา 3 ครั้ง ในหนึ่งเดือน เก้าอี้นั้นเค้าจะหาคนอื่นมานั่งแทนแล้วเราก็ ต้องหารอบใหม่ลง ซึ่งอาจะได้เวลาตอนเย็นหรือ เปลี่ยนCentre

อ้อ แล้ว ถ้าใครจะมาเรียน Malvern house ที่นี้ใช้ หนังสือ inside out พอ test แล้วรู้ว่าระดับไหน หาซื้อตามร้านหนังสือจุฬามาดีกว่า เพราะ ที่นั้นราคาไม่กี่ร้อยบาท ที่โรงเรียนขาย 15 ปอนด์ (ออกอาการ งก เกิน)

ที่นี้เค้ามี Wires ให้ใช้ฟรี เร็วๆๆ มากๆๆ แบกโน๊ตบุคมาใช้ได้เลยนะ

.... รวมๆๆ เนยว่าโรงเรียน นี้ ดี ใช้ได้เลย

ฝากอีกนิดนึง ใครมาที่นี้เกิน 6 เดือน ใบที่ตรวจจาก iom ต้องติดตัวนะค่ะ เพราะ ตม. ที่ ฮีทโทร โคตรดุ

เนยใส่ไว้ในกระเป๋าคอม แต่มีคนนึง เค้า Load ไปใต้เครื่อง วุ่นวาย ต้องเดินไปหากระเป๋าเปิดกระเป๋ามาให้เค้าดู ไม่งั้น จะให้ตรวจปอดใหม่ท่าเดียว แล้วต้องรอคิวนานๆๆ พกไว้ติดตัวดีที่สุด

ต.ม. เค้าถามไร เนย เนยตอบผิดเกือบหมด เช่น ถามมาจากไหน บอกมาจากไทย เค้าบอก Sorry มาจากอบูดาบี ที่เปลี่ยนเครื่องมา ถามว่ามาทำไม บอกมาเรียนภาษา ถามหนูกลับอีก มาเรียนจริงๆๆ หร๋อ ไม่ได้อยากมาทำงานใช่ไหม ... อยากชกหน้ามันจริงๆๆ ... 55 ล้อเล่นนะ ไม่กล้าหลอก

ถ้าจะมีน้องคนไหนของพี่เอ จะมาอังกฤษ ให้ Mail เนย กับเค้าก็ได้นะค่ะ เผื่อมาเป็นเพื่อน กัน ถ้าเค้า ชอบ เที่ยว หรือ ยัง หาเพื่อน ไม่ค่อยได้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

- 2 เดือนแล้วค่า

ดีค่ะพี่เอ เหอะๆๆ หายไปจริงๆๆ รู้สึกตัวอีกที นี้เนยมาได้ 2 เดือน กว่าๆๆแล้ว อะ

ชีวิตก็ สนุกๆ ดีค่ะ เนยได้งาน ที่ ร้าน super market เป็นแคชเชียร์ แล้วก็ ช่วยเค้าดู บัญชีรายรับรายจ่าย ร้านอาหารของเค้าด้วย แล้วก็ได้งานที่ร้านอาหารไทยใกล้ๆๆ บ้าน อันนี้ทำเพราะว่า สนุกๆๆ จริงๆๆ ใกล้บ้าน เพื่อนเยอะได้ คุยกะฝรั่งหล่อๆๆ เหอๆๆ ) ช่วงนี้ทำงานเยอะมากเลย เพราะว่าคนไทยเริ่มกลับบ้าน ที่ร้านชอบเรียกไปทำแทน) เนย ออกจาก Host week ที่สองอะค่ะ แต่ว่าย้ายมาอยู่กะเพื่อน แต่อยู่ที่ Hanger lane เหมือยเดิม บ้านใหม่ก็ ดี มากๆๆ มีทุกอย่างเลย จ่าย week ละ 60 เอง

ตอนนี้ไม่ค่อยได้ ไปเที่ยวไหนแล้วอะค่ะ เพราะว่า ทำงาน แล้ว ก็ เนยกำลัง ขอสอบเลื่อน เป็น Upper intermediate แล้วอะค่ะ แต่กำลังอยู่ในดุลยพินิจของ อาจารย์ เหอๆๆ ไม่รู้จะผ่านไหม

ช่วงนี้ที่นี้อากาศเริ่มหนาวๆๆ สัก 8 องศาตอนเช้า และหลางวันสัก 12 ... หนาวอะ เหอๆๆ

ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง ยังไงถ้าเนยไปเที่ยวที่ไหนเดี๋ยวส่งรูปไปให้ดูแน่นอนค่ะ

อบคุณมากๆๆ นะค่ะ

อุ๋มอิ๋ม

พี่เอคะ สำหรับที่พักตอนนี้ลงตัวเรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่ที่ Southfield ตามที่เคยคุยกับพี่เอไว้เลย

ตอนแรกอยู่ shared room แต่อยู่คนเดียวไม่มีรูมเมท แต่ตอนนี้ย้ายมาห้อง en-suit แล้วค่ะ สภาพห้องดีมาก มีทุกอย่างพร้อม ไม่ต้องซื้อของเพิ่มเติมอะไรเลย ห้องครัวก็มีอุปกรณ์ทำครัวให้ครบ ตู้เย็นเป็น Locker มีกุญแจป้องกันผีตู้เย็น ห้องน้ำเป็นตู้อาบน้ำค่ะ ไม่หนาว ^^

มี internet ให้ใช้ไม่ต้องไปจองเวลาเล่นที่ห้อง common เหมือนตอนอยู่ห้องแชร์ค่ะ ตอนเช้าก็มีอาหารเช้าให้ สำหรับการเดินทางค่อนข้างสะดวก แค่ขากลับต้องเดินขึ้นเนินนิดหน่อยค่ะ แรกๆที่มาอยู่ไม่ค่อยชิน เดินขึ้นเนินแล้วรู้สึกเหนื่อยมาก แต่ระยะหลังนี่เริ่มชินแล้วค่ะ

อุ๋มอิ๋มกลายเป็นเด็กคอนแวนต์เต็มตัวไปซะแล้ว มี sister คอยดูแลอุ๋มอิ๋มกลายเป็นเด็กคอนแวนต์เต็มตัวไปซะแล้ว มี sister คอยดูแลเธ—เธตเนˆเธชเธณเธ„เธฑเธเน€เธ›เน‡เธ™เน€เธ”เน‡เธเน„เธ—เธขเธ„เธ™เน€เธ”เธตเธขเธงเนƒเธ™เธซเธญ ที่สำคัญเป็นเด็กไทยคนเดียวในหอ first meeting แนะนำตัวกัน เนื่องจากช่วงนี้เปิดเทอมและมีเด็กใหม่เข้ามาหลายคน ธ™

หอที่นี่มีกิจกรรมให้ทำค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติมาก ที่สำคัญทุกคนเป็น nice girl เพราะประตูหอปิด 5 ทุ่มค่ะ ห้อง en-suit ราคา 100 pw หลายคนบอกว่าแพง แต่อุ๋มอิ่มว่าคุ้มนะคะ เพราะมีพร้อมทุกอย่างแค่ต้องปฏิบัติตาม regulation ที่ทางหอวางไว้เท่านั้นเองค่ะ (หรือว่ามันแพงจริง? ไม่แน่ใจอ่ะค่ะ)
-ไม่แพงแล้วค่ะ ที่เล่ามาเนี๊ยะ พร๊อมพร้อม ;)

สำหรับเรื่องเรียนก็เรื่อยๆค่ะ ฟังทันบ้างไม่ทันบ้าง รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่เริ่มดีขึ้นกว่าวันแรกๆที่มาถึง เหลือแต่เรื่องพูดที่ตอนนี้ยังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ค่ะ แต่...สู้ๆ สู้ตายค่ะ :P

สำหรับเรื่องงาน อยากทำ part-time นะคะ เพราะมันว่างมากๆ เพื่อนๆในคลาสก็ทำงานกัน รู้สึกแปลกๆที่ไม่ได้ทำ แต่คิดว่างานร้านอาหารไทยคงทำไม่ได้เพราะเพื่อนหลายคนบอกว่างานร้านอาหารเลิกเที่ยงคืน กลับหอไม่ทันแน่ๆค่ะ อาจจะต้องดูงานอื่นแทน

เรื่องเที่ยว ตอนนี้เที่ยวเกือบทั่วลอนดอนแล้วค่ะ ไปเซ็นทรัลลอนดอนค่อนข้างบ่อย ตอนไป china town ก็ได้ไปกินเปิ็ดย่าง 4 Seasons อร่อยมากๆ อยากกินอีกค่ะ - -'

ชอบที่สุดคือ ริมแม่น้ำเทมส์วันอาทิตย์ ตรงฝั่งลอนดอนอาย มีเสน่ห์ที่สุดในลอนดอนเลย บักกิ้งแฮมก็สวยค่ะ แต่เสียดายไปวันที่ไม่มีเปลี่ยน guard และเมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็ได้ไป Greenwich มาค่ะ ถ่ายรูปมานิดหน่อย เพราะว่าฟ้าลอนดอนเข้าใจยาก เดี๋ยวแดดออกเดี๋ยวฝนตก รูปมันเลยมืดๆ มัวๆ สีไม่สดใสเท่าไหร่ค่ะ

สรุปว่าตอนนี้อุ๋มอิ๋มสุขสบายดีนะคะ ทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยแล้ว เหลืออย่างเดียวคือยังพูดไม่เก่งเท่านั้นเองค่ะ ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่เออีกครั้งนะคะ

ขอบคุณมากๆค่ะ take care นะคะ
อุ๋มอิ๋ม

ดีใจจ้าที่คุณน้องสบายดี เห็นมะพี่บอกแล้วว่าต้องชอบ อิอิอิ

................... พี่เอเองค่า

กินอยู่นอนหลับ กับ Home Stay อังกฤษ

.... ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของผู้คนอีกซีกโลกที่เรายังไม่เคยได้สัมผัส อยากให้น้องๆจำเอาไว้ว่า Home Stay เอาจจะยังไม่ใช่อะไรที่ดีที่สุด แต่เป็นอะไรที่สะดวกและปลอดภัยที่สุดสำหรับน้องๆในช่วงชีวิตของการเริ่มต้น

มาลองดูกันดีกว่าว่าจะทำอย่างไรให้อยู่กับครอบครัวชาวต่างชาติได้อย่างสนุกและมีความสุขดี

Our Host Families
Host family จะถูกคัดเลือกจากทางสถาบันเป็นอย่างดีก่อนที่จะได้เป็นครอบครัวของน้องๆโดยส่วนใหญ่ครอบครัวจะมีประสบการในการอยู่กับน้องๆมาก่อนจึงทำให้น้องๆปรับตัวได้ง่ายในการใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ลอนดอนเป็นเมืองที่เป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมและเชื้อชาติต่างๆมากมายดังนั้นครอบครัวของน้องๆสามารถเป็นคนได้หลายเชื้อชาติแต่ทั้งหมดนี้จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีให้ถือว่าเป็นโอกาสในการเปิดโลกให้กว้างๆ

On arrival to the Host Family
น้องๆควรระมัดระวังวันและเวลาในการเดินทางไปถึงยังที่พักหากมีการเปลี่ยนต่างๆเกิดขึ้นที่จะทำให้น้องไปถึงผิดกับเวลาที่แจ้งไว้น้องจะต้องแจ้งให้ทางสถาบัน ที่พัก หรือพนักงานขับรถทราบโดยทันที

Travel to and from your host family:
ครอบครัวของน้องๆจะอยู่ห่างจากสถาบันประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง อยากให้น้องๆระลึกไว้เสมอว่าสถาบันในแต่ละประเภทจะอยู่ใจกลางเมืองแต่ครอบครัวจะตั้งอยู่ในบริเวณที่อยู่อาศัยที่มีบริเวณจึงตั้งห่างจากใจกลางเมือง

Meals

Self Catering:
จะไม่มีอาหารให้น้องๆสามารถใช้ครัวได้แต่ควรถามครอบครัวก่อนน้องๆสามารถใช้ได้ในเวลาใดและใช้อะไรอย่างไรนะคะ

Bed and Breakfast:
แบบมีเพียงอาหารเช้าน้องๆอาจจะไม่สามารถใช้ครัวได้หรือบางครอบครัวอาจจะอนุญาตให้น้องๆใช้ได้ในการอุ่นอาหารหรือทำอะไรง่ายๆ แนะนำให้น้องๆพูดคุยในกฎของการใช้สิ่งต่างๆก่อนเพราะแต่ละที่ก็มีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน

Half Board:
มีอาหารเช้าและเย็น อาหารเช้าจะเป็นขนมปังปิ้ง ซีเรียล น้ำผลไม้ น้ำชา หรือ กาแฟ น้องๆอย่าคาดหวังว่าอาหารเช้าจะเป็นของทอดของผัดมื้อใหญ่ๆอลังการเหมือนบ้านเราเนื่องจากวัฒนธรรมการทานอาหารที่ไม่เหมือนกันน้องๆคนไหนที่ชอบทานอาหารเช้าอาจจะหาอะไรมาเสริมได้ซื้อมาแช่เย็นไว้ได้

ส่วนมื้อเย็นนั้นก็จะเป็น ซุป เนื้อสัตว์ สลัด ข้าว หรือ พาสต้า จะสลับกันไปจะให้อร่อยเหมือนคุณแม่ทำคงเป็นไปได้ยากบางครอบครัวเพิ่งจะหัดหุงข้าวตอนเราไปอยู่ด้วยซ้ำน้องๆก็ต้องปรับตัวหน่อยนะ แต่ถ้าน้องๆไม่สามารถทานอาหารในบางประเภทขอให้น้องๆแจ้งครอบครัวได้ในทันทีนะคะ

ครอบครัวจะรอการกลับมาทานอาหารเย็นของน้องๆดังนั้นถ้าน้องๆไม่สามารถกลับมาทานอาหารได้น้องๆจะต้องแจ้งครอบครัวล่วงหน้าไม่ว่าจะมาสาย มาไม่ทัน หรือไม่มานะคะ ถ้าน้องๆกลับมาไม่ทันครอบครัวจะเก็บอาหารไว้ให้

น้องควรขออนุญาตทุกครั้งก่อนที่น้องจะใช้ครัวนอกเวลามื้ออาหาร

Keys
น้องๆจะได้รับกุญแจ 1 ชุด น้องๆจะต้องรักษามันเป็นอย่างดีเพราะถ้าน้องๆเกิดทำหายขึ้นมาน้องๆจะต้องเสียสตางค์เพื่อทำชุดใหม่คะ

Your room
น้องๆจะได้มีน้องนอนส่วนตัวพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบครันสิ่งที่น้องๆต้องทำคือรักษาห้องนอนของน้องๆให้สะอาดและเรียบร้อยและระวังอย่าได้เผลอไปทำของๆเขาพังนะคะไม่อย่างนั้นครอบครัวอาจจะได้ของใหม่จากน้องแทน

Bathrooms
โดยปกติแล้วในบ้านจะมีห้องน้ำ 1 ห้องดังนั้นน้องๆจะต้องจัดสรรเวลาในการใช้ก่อนออกจากห้องน้ำควรสำรวจความสะอาดให้เรียบร้อยว่าไม่ได้หลงเหลืออะไรไว้ให้ใคร

โดยปกติแล้วจะมีการกำหนดเวลาในการใช้น้ำร้อนเนื่องจากต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนน้ำเย็นให้เป็นน้ำร้อนดังนั้นน้องๆจึงไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 10- นาทีเนื่องจากน้ำ 1 ถังจะใช้ได้ประมาณ 3 ท่านไม่ใช่ว่าครอบครัวขี้เหนียวนะแต่ด้วยเรื่องของเวลานั่นเอง

Heating and Lighting
ในเมืองที่มีอากาศหนาวนั้นจะมีเครื่องทำความร้อนในห้องนอนแต่ถ้าหากอากาศเย็นจัดน้องๆสามารถแจ้งเพื่อขอผ้าห่มเพิ่มและเครื่องทำความร้อนจะไม่ได้งาน 24 ชั่วโมงจะถูกตั้งเวลาปิดไว้ตอนดึกๆถึงใกล้สว่างและในระหว่างวันเพื่อไม่ทำให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไป

Laundry
ปกติจะมีการซักผ้าอาทิตย์ละ 1 ครั้งน้องๆควรถามครอบครัวว่าต้องการให้เราซักเองหรือว่าเขาจะซักให้ขึ้นอยู่แต่ละครอบครัวน้องๆที่ต้องการตากผ้าต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากในต่างประเทศบ้านจะปูพรมหากน้องๆทำน้ำหยดลงบนพรมครอบครัวคงจะยิ้มไม่ออกแน่ๆเลยโดยปกติเขาจะนิยมอบผ้าให้แห้งน้องๆควรเตรียมถึงซักผ้าไปด้วย

Visitors
หากน้องๆต้องการพาเพื่อนๆมาเยี่ยมที่บ้านต้องขออนุญาตที่บ้านก่อนนะคะไม่ว่าที่บ้านจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจทุกครั้งเพราะไม่ใช่บ้านของเราต้องแน่ใจเพื่อนๆของเราจะทำตัวน่ารักที่สำคัญต้องไม่ค้างคืนที่บ้าน

Telephones
ค่าโทรศัพท์ที่ต่างประเทศค่อนข้างแพงดังนั้นครอบครัวจะอนุญาตให้รับสายเข้าเท่านั้น ข้อควรระวังคะ
ควรแจ้งครอบครัวเมื่อต้องการโทรออกโดยใช้บัตรของเรา
น้องๆควรบอกเวลาในการโทรให้กับเพื่อนๆและคุณพ่อคุณแม่บางทีอาจจะเป็นกลางดึกซึ่งเป็นเวลาที่ไม่เหมาะ
หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน
Telephone calls can be very costly in the U.K. and some host families may only allow you to receive incoming calls.

Absence
ควรแจ้งครอบครัวทุกครั้งหากน้องๆต้องกลับบ้านผิดเวลาหรือต้องไปค้างที่อื่นเพราะถ้าน้องๆไม่แจ้งครอบครัวจะเป็นห่วงและโทรหาสถาบันอาจจะทำให้เกิดความกังวลได้


Problems
หากน้องๆเกิดปัญหากับการอยู่อาศัยสามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของสถาบันได้โดยตรงและทันทีอย่ากังวลเจ้าหน้าที่ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยน้องๆเพื่อทำให้น้องๆมีความสุขและสนุกกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

Cancellation or Changing of Accommodation
หากน้องๆต้องการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการอยู่ต่อหรือว่าย้ายออกนั้นให้แจ้งกับทางสถาบันก่อนที่จะแจ้งครอบครัวโปรดแจ้งล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์เพื่อความสะดวกในการจัดสรรมิฉะนั้นแล้วน้องๆอาจจะต้องจ่ายในส่วนที่เกินกำหนด

Some tips to enjoy your stay with family:

  • ขอให้น้องเปิดใจรับและเตรียมพร้อมในการก้าวไปยังโลกกว้างและพยายามเข้าวัฒนธรรมของเขา
  • เป็นกันเองกับครอบครัวและหมั่นพูดคุยซักถามไม่ต้องเขินอายหรือกังวลใดๆเขาพร้อมที่จะเป็นเพื่อนเรา
  • แต่ละครอบครัวก็มีรูปแบบของการอยู่อาศัยไม่เหมือนกันขอให้น้องๆลองสังเกตและปรับตัวนะคะไม่มีอะไรยากมีแต่สิ่งดีๆที่กำลังจะเกิดขึ้น
  • ควรให้ความเคารพแก่ครอบครัวเปรียบเสมือนญาติและรู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือ
  • สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อยากให้น้องๆมีนั่นคือ ความสนุกและมีความสุขกับทุกๆเรื่อง เมื่อเรามีจิตใจที่เข้มแข็งปัญหาและอุปสรรคจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆที่ผ่านเข้ามา

เอาล่ะ รู้ข้อมูลคร่าวๆกันแล้ว ไปเลือกโรงเรียนกันดีกว่าค่ะ ;)

................... พี่เอเองค่า


| หน้าแรก | About Freewill | ประเทศ | แนะนำสถาบัน | ตารางราคา และโปรโมชั่น |

© ไม่สงวนลิขสิทธิค่ะ ใครจะ copy ไปใช้ก็ได้เลย บอกกันหน่อยเเล้วกันนะ
ฟรีวิล เอ็ดดูเคชั่น จำกัด freewill Education co., ltd.
15 ซอยตากสิน 7 ถนน ตากสิน เขตธนบุรี กทม. 10600
Tel. 02.862.2298 Fax. 02.862.2290 MO. 081.842.2298 , 081.316.3906